สัตว์มีพิษ

สัตว์มีพิษ

ในเรื่องสัตว์มีพิษในวันนี้เรามีความรู้เกี่ยวกับสัตว์มีพิษมาแนะนำให้ได้ทราบกันเช่นเคย ถ้าหากพูดถึงสัตว์มีพิษ หลายๆ คนมักจะกลัว เพราะว่าเต็มไปด้วยอันตราย ยิ่งสัตว์ตัวไหนที่มีคนบอกว่าพิษแรงๆ นั้นยิ่งดูน่ากลัว แต่ความจริงแล้วสัตว์มีพิษนั้นอาศัยอยู่ทั่วๆ ไป ซึ่งบางครั้งเราเองก็อาจจะทราบดีด้วยซ้ำว่าสัตว์ชนิดนั้นมีพิษ แต่เราก็ยังไม่กลัว ด้วยเหตุผลอะไรก็แล้วแต่  ขนาดแมงมุมที่สร้างรังอยู่ตามห้องน้ำที่เห็นกันอยู่ทุกๆ วัน นั่นก็มีพิษที่ร้ายแรงสามารถทำอันตรายให้กับเราได้เช่นกันนะ ฉะนั้นทุกอย่างที่อยู่รอบตัวเรานั้นมีทั้งพิษร้ายและไม่มีพิษ การใช้ชีวิตอยู่ด้วยความระมัดระวังจึงเป็นเรื่องที่เราควรที่จะใส่ใจอย่างมากด้วย

ก่อนอื่นเรามาทราบถึงความหมายของ พิษกันก่อน พิษนั้นเป็นสารบางอย่างที่อาจทำอันตรายกับร่างกาย ไม่ว่าจะทำลายเนื้อเยื่อ ทำให้เลือดแข็งตัว หรือยับยั้งระบบประสาทซึ่งพิษ และอาจเข้าสู่ร่างกายโดยการโดนกัด โดนต่อย ไม่ว่าจะกัดลึกหรือไม่ ขึ้นชื่อว่าเป็นสัตว์ที่มีพิษแล้วนั้นล้วนเป็นอันตรายต่อชีวิตทั้งนั้น ไม่ควรที่จะใช้ชีวิตอยู่ด้วยความประหมาดเด็ดขาด ในการกัดของสัตว์มีพิษนั้น และอยากให้เพื่อนๆ จงจำไว้ว่าไม่มีที่ใดในโลกนี้ปลอดภัย  แม้แต่ในทะเล ใต้ทะเลมีสิ่งมีชีวิตที่สวยงามดึงดูดให้เราไปเยี่ยมชม ส่วนหนึ่งของสิ่งมีชีวิตนั้นก็ไม่ปลอดภัยสำหรับมนุษย์หากว่าเราไปสัมผัสแตะต้องหรือเข้าใกล้ด้วยเจตนาหรือด้วยความบังเอิญก็ตาม

ขอบคุณบทความจาก  spiderplanet.net

ความรู้เกี่ยวกับงูเขียว

ความรู้เกี่ยวกับงูเขียว

ในวันนี้เรื่องของสัตว์มีพิษเรามีความรู้เกี่ยวกับงูหนึ่งชนิดมาแนะนำให้เพื่อนๆ ได้ทราบกัน ถ้าหากจะพูดถึงเรื่องงูเราว่าหลายๆ คนก็คงจะทราบดีอยู่แล้วว่างูนั้นมีหลายชนิด ซึ่งในแต่ละชนิดนั้นก็ล้วนเป็นงูที่น่ากลัวและมีพิษ แต่เพื่อนๆ ก็คงจะเคยเห็นงูที่มีสีเขียวๆ ซึ่งคนทั่วไปก็มักจะเรียกชื่อเจ้างูนี้ตามสีของงูคือ “งูเขียว” และเพื่อนๆ เคยสงสัยเหมือนดิฉันไหมว่าเจ้างูเขียวนี้มีพิษเหมือนงูชนิดอื่นๆ หรือเปล่า? ซึ่งในวันนี้เราก็มีคำตอบนั้นมาให้เพื่อนๆ  ได้ได้ทราบกันด้วยนะ เอาละเพื่อไม่เป็นการเสียเวลาอะไรมากมายเราว่ามาดูความรู้เกี่ยวกับเจ้างูเขียวกันสักหน่อย

สำหรับงูเขียวหรืองูเขียวหางไหม้ เป็นงูบกที่มีพิษน้อยที่สุดในบรรดางูพิษ  ใครที่โดนงูชนิดนี้กัดจะมีอาการปวดอย่างรุนแรงเมื่อถูกกัด แล้วค่อยๆ หายใน 5-6 ชั่วโมง บริเวณที่ถูกกัดจะบวมอย่างรวดเร็วในระยะ 3-4 วันแรก แล้วค่อยๆ ยุบบวมในเวลา 5-7 วัน มีเลือดออกจากรอยเขี้ยว แต่ไม่มาก ในการรักษาเบื้องต้น ให้เรารีบทำความสะอาดแผล การให้ serum แก้พิษงู จะให้ในกรณีต่อไปนี้ มีเลือดออกผิดปกติ เช่นเลือดออกทางเดินอาหาร  และทางที่ดีก็ควรจะรีบๆ ไปพบแพทย์โดยด่วน  ถึงแม้งูชนิดนี้จะมีพิษที่ไม่ร้ายแรง แต่เมื่อไหร่ที่ใครโดนกัดเข้าก็ไม่ควรจะชะล่าใจเด็ดขาด ขึ้นชื่อว่าเป็นสัตว์ที่มีพิษก็ย่อมอันตรายทั้งนั้น

ขอบคุณบทความจาก  siamhealth.net

การป้องกันอันตรายจากสัตว์มีพิษ

การป้องกันอันตรายจากสัตว์มีพิษ

ในเรื่องของสัตว์มีพิษในวันนี้เรามีวิธีการป้องกันอันตรายจากสัตว์มีพิษมาแนะนำให้เพื่อนๆ ได้ทราบกัน ถ้าหากจะพูดถึงสัตว์มีพิษเราว่าคงไม่มีใครอยากจะเจอกับมันแน่นอน เพราะเมื่อไหร่ที่เราโดนสัตว์มีพิษทำร้ายเรา ถ้าหากสัตว์ชนิดนั้นไม่มีพิษมากก็คงไม่อันตรายกับชีวิตเราสักเท่าไหร่ แต่ถ้าหากเมื่อไหร่ที่สัตว์มีพิษชนิดนั้นมีพิษที่ร้ายแรงก็อาจจะเป็นอันตรายต่อชีวิตคุณได้ และที่สำคัญถ้าหากว่าส่งไม่ถึงมือหมอโดยเร็วคุณก็อาจจะลาโลกนี้ไปได้อย่างง่ายดาย ทุกชีวิตนั้นล้วนมีคุณค่าฉะนั้นเราไม่ควรที่จะชะล่าใจเด็ดขาด เอาละมาดูกันสิว่ามีวิธีไหนบ้างที่จะสามารถป้องกันอันตรายจากสัตว์มีพิษได้

1. ถ้าหากบริเวณบ้านรกรุงรังมาก ก็ควรที่จะทำความสะอาดบ้าง เพราะว่าสัตว์มีพิษเหล่านี้มันชอบอาศัยอยู่ในพื้นที่รกรุงรัง การทำความสะอาดที่อยู่อาศัยจึงเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างมาก

2. ไม่ควรที่จะเดินในที่มืดเด็ดขาด เพราะเราไม่สามารถรับรู้ได้ว่าสัตว์มีพิษเหล่านั้นจะซ่อนอยู่หรือไม่ ถ้าหากมันซ่อนอยู่เราเดินในที่มืดๆ ก็อาจจะเกิดอันตรายได้

3. ก่อนจะสวมรองเท้า ควรตรวจสอบเสียก่อนว่ามีงูหรือสัตว์มีพิษหลบซ่อนอยู่ในรองเท้าหรือไม่ เพื่อความปลอดภัยของตัวเราเอง

5. ควรหลีกเลี่ยงการงัดแงะ ขุด คุ้ย ก้อนหิน ขอนไม้ หรือการใช้มือ เท้า หรือมุดเข้าไปในโพรงที่ทึบ เนื่องจากอาจมีสัตว์มีพิษหลบซ่อนอยู่ได้

ขอบคุณบทความจาก  saovabha.com

ความรู้เกี่ยวกับโรคฉี่หนู

ความรู้เกี่ยวกับโรคฉี่หนู

เข้าหน้าฝนแล้วดูแลสุขภาพกันด้วยนะค่ะทุกคน ว่าด้วยเรื่องโรคร้ายที่มากับสัตว์ในหน้าฝนนี้เราขอยกให้กับโรคฉี่หนูเลย เพราะว่าในช่วงหน้าฝนเช่นนี้มีคนป่วยเป็นโรคฉี่หนูจำนวนมาก โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยงเหล่านี้ เกษตรกร ชาวไร่ชาวนา ชาวสวน คนงานฟาร์มเลี้ยงสัตว์ โค สุกร ปลา กรรมกรขุดท่อระบายน้ำ เหมืองแร่ โรงฆ่าสัตว์ เป็นต้น ซึ่งกลุ่มเสี่ยงเหล่านี้จะต้องเผชิญกับโรคนี้ถึง 80% เลยทีเดียว โรคฉี่หนูมักจะระบาดหน้าฝน โดยจะพบเชื้อโรคในปัสสาวะของหนู สุนัข สุนัขจิ้งจอก สัตว์เลี้ยงในบ้าน แต่พบมากในหนู ซึ่งสามารถแพร่เชื้อออกมาได้โดยที่ตัวมันไม่เป็นโรค จึงเป็นที่มาของชื่อโรคฉี่หนูนั่นเอง

สำหรับโรคฉี่หนูนั้นจะมีเชื้อแบคทีเรียเป็นเส้นเกลียว เคลื่อนที่โดยการหมุน เชื้อนี้อยู่ตามดิน โคลน แหล่งน้ำ น้ำตก แม่น้ำลำคลองได้นานเป็นเดือน การเกิดโรคเรามักจะพบได้ทั่วโลกยกเว้นเขตขั้วโลกเนื่องจากมีสัตว์ทั้งสัตว์เลี้ยงและสัตว์ป่าปล่อยเชื้อนี้กับปัสสาวะ คนติดเชื้อนี้จากการสัมผัสปัสสาวะหรือดินที่ปนเปื้อนเชื้อนี้ ขอแนะนำสักนิดว่าใครที่มีบาดแผลนี่ไม่ควรที่จะโดนน้ำที่สกปรกเด็ดขาด เพราะว่าแผลนี่แหละจะเป็นตัวนำเชื้อโรคมาให้กับคุณได้เป็นอย่างดี การใช้ชีวิตอยู่ด้วยความไม่ประหมาดและรู้จักระมัดระวังเราว่าก็น้อยที่จะเสี่ยงต่อโรคต่างๆ ในหน้าฝนแบบนี้สัตว์มีพิษก็มีมากมาย ฉะนั้นเราก็ไม่ควรที่จะอยู่ใกล้หรือใช้ชีวิตประหมาดอย่างเด็ดขาด เพราะสัตว์บางตัวนำเชื้อโรคมาให้เราๆ ก็อาจจะเสียชีวิตได้เช่นกัน

ขอบคุณบทความจาก    siamhealth.net

อันตรายจากสัตว์มีพิษในหน้าฝน

อันตรายจากสัตว์มีพิษในหน้าฝน

ในหน้าฝนเช่นนี้มีสัตว์ที่มีพิษโผล่ขั้นมาจากใต้ดินจำนวนมาก ซึ่งในหน้าฝนเช่นนี้อันตรายนั้นมีมากมาย และสิ่งที่เราไม่ควรประหมาดเลยนั้นก็คือ “สัตว์มีพิษ” เพราะว่าสัตว์มีพิษนั้นล้วนเป็นอันตรายต่อมนุษย์เราอย่างมาก เราไม่ควรที่จะใช้ชีวิตอยู่กับความประหมาด ซึ่งในตอนนี้ก็เข้าสู่หน้าฝนแล้วเราจึงได้ไปรวบรวมความรู้เกี่ยวกับอันตรายจากสัตว์มีพิษในหน้าฝนในช่วงหน้าฝนมาแนะนำให้เพื่อนๆ ได้ทราบกันด้วย ซึ่งบทความนี้เราเชื่อว่าจะเป็นประโยชน์ต่อเพื่อนๆ อย่างมาก เราไม่รู้ว่าสัตว์ที่อยู่รอบตัวเรานั้นจะทำร้ายเราหรือจะมีพิษหรือไม่ ถ้าหากเรารู้จักป้องกันนี่ก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่จะช่วยคุณได้

สำหรับโรคที่มากับหน้าฝนนั้นก็มีมากมาย เช่น โรคท้องร่วง  โรคหวัด  โรคฉี่หนู  โรคไข้เลือดออก  โรคปอดบวม  มีอย่างหนึ่งไม่ได้เป็นเชื้อโรค  แต่เป็น   สัตว์มีพิษ   ซึ่งสัตว์เหล่านี้บางครั้งก็ไม่ได้อยู่ตามท้องทุ่งนา แต่บางครั้งมันก็อาศัยอยู่ในบ้านเรา ฉะนั้นในการใช้ชีวิตในแต่ละครั้งเราก็ไม่ควรที่จะประหมาดโดยเด็ดขาด เพราะว่ายิ่งเราละเลยหรือใช้ชีวิตอยู่แบบประหมาด นั่นก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่จะทำให้เราเสียชีวิตได้โดยง่าย วิธีการง่ายๆ ที่จะห่างไกลจากอันตรายของสัตว์มีพิษเหล่านี้คือ ถ้าหากสมมุติคุณจะต้องเสี่ยงไปเจอกับโรคฉี่หนู เมื่อคุณโดนน้ำ หรือชาวไร่ชาวนาที่ไปท้องทุ่งนา กลับมาก็ควรที่จะรีบอาบน้ำทำความสะอาดร่างกายให้เรียบร้อยเพื่อความปลอดภัยของเราเอง

ขอบคุณบทความจาก  ipst.ac.th

ความรู้เกี่ยวกับสัตว์มีพิษ

ความรู้เกี่ยวกับสัตว์มีพิษ

ในเรื่องสัตว์มีพิษในวันนี้เราจะรู้เรามีความรู้เกี่ยวกับสัตว์มีพิษมาให้ความรู้กันด้วยค่ะ ซึ่งในช่วงนี้ก็เป็นช่วงหน้าฝน ซึ่งภัยอันตรายที่ตามมาก็มีอยู่มากมาย ในการใช้ชีวิตต่างๆ เราไม่ควรใช้ชีวิตอยู่อย่างประหมาด เพราะในชีวิตของเราๆ ไม่อาจจะทราบได้ว่าจะมีอันตรายเกิดขึ้นกับเราเมื่อไหร่ ฉะนั้นการที่เรามีความรู้เกี่ยวกับสัตว์มีพิษนั้นก็เป็นเรื่องที่จะต้องระวังไว้ด้วย ความจริงแล้วสัตว์มีพิษนั้นมีอยู่ทั่วไป ไม่ว่าจะเป็นมดที่อยู่ตามพื้น หรือแม้กระทั่งแมงมุมที่สร้างรังอยู่ตามห้องน้ำ สัตว์บางชนิดที่อยู่รอบๆ ตัวเราก็ล้วนมีพิษ แต่ก็ขึ้นอยู่กับว่าพิษของสัตว์ชนิดนั้นจะแรงมากแค่ไหน และในบทความนี้เราจึงได้มีความรู้เกี่ยวกับระวังภัยจากสัตว์มีพิษมาแนะนำให้เพื่อนๆ ได้ทราบกันค่ะ

สำหรับสัตว์มีพิษนั้นเมื่อขึ้นเชื่อว่าเป็นสิ่งที่มีพิษแน่นอนว่าไม่ใช่เรื่องดีแน่นอน เมื่อไหร่ที่เราเกิดโดนสัตว์มีพิษเหล่านั้นทำร้ายเราบางชนิดก็อาจจะทำให้เราเสียชีวิตได้ เมื่อโดนสัตว์มีพิษทำร้ายเราทางที่ดีควรที่จะรีบปฐมพยาบาลเบื้องต้นก่อน หรือจะรีบนำส่งโรงพยาบาลให้ทันมือหมอได้ยิ่งดี อย่าปลอบใจตัวเองว่าไม่เป็นไร สบายๆ เพราะยิ่งคุณเฉยๆ พิษนั้นก็อาจจะเข้าไปถึงตัวคุณได้เร็ว และในที่สุดก็อาจจะชีวิตได้ ในช่วงหน้าฝนเช่นนี้เราอยากให้เพื่อนๆ ระมัดระวังภัยอันตรายที่จะเกิดขึ้นกับสัตว์มีพิษด้วย ชีวิตเราถ้าหากอยู่ในความประหมาดเราก็อาจจะไม่สามารถอยู่ในโลกนี้ได้ยาวนานนะค่ะ

ขอบคุณบทความจาก  spiderplanet.net

ความรู้เกี่ยว ช้างแอฟริกาดัมโบ้

ความรู้เกี่ยว ช้างแอฟริกาดัมโบ้

ในวันนี้เรามีความรู้เกี่ยวช้างแอฟริกาดัมโบ้มาแนะนำให้ทราบ ถ้าหากจะพูดถึงสัตว์ๆ นั้นมีมากมายหลายแบบ ซึ่งสัตว์แต่ละชนิดนี้ก็มีทั้งสัตว์มีพิษและไม่มีพิษ ซึ่งเราจะรู้จะทราบได้อย่างไรว่าสัตว์ชนิดนั้นมีพิษหรือไม่มีสามารถติดตามได้ที่ www.carbuyi.com เว็ปนี้ได้เลย เพราะในทุกๆ วันเราจะไปสรรหาความรู้เกี่ยวกับสัตว์มาแนะนำให้ได้ทราบกัน แต่ในวันนี้สัตว์ที่เรานำมาแนะนำนั้นไม่ใช่สัตว์ที่มีพิษแต่เป็นสัตว์ที่ดุร้าย แต่จำไว้อย่างนะค่ะว่าสัตว์ที่ดุร้ายนั้น ถ้าหากคนเราไม่ไปยุ่งวุ่นวายหรือไปใกล้เค้าๆ ก็ไม่มีวันที่จะทำร้ายเราเด็ดขาด สำหรับวันนี้สัตว์ที่เราจะให้ความรู้คือ “ช้างแอฟริกาดัมโบ้” แม้ใครจะคิดว่าช้าง เป็นมิตรกับมนุษย์ก็แต่เจ้าพันธ์ดัมโบ้นี้ อาจจะไม่ใช่อย่างที่คุณคิดก็ได้

สำหรับเจ้าช้างแอฟริกาดัมโบ้ ในปีหนึ่งมีคนตายเพราะเจ้าช้างพันธุ์นี้กว่า 500 คนทั่วโลก เพราะน้ำหนักมันถึง 16,000 ปอนด์ แต่ช้างแอฟริกาจะมี 2 ชนิดคือ ช้างซาวานนาส์มีถิ่นที่อยู่บริเวณทางใต้ของซาฮารา และช้างป่าซึ่งมีขนาดเล็กกว่าอยู่บริเวณตะวันตกของแอฟริกา ช้างแอฟริกาสามารถอยู่ได้ทั้งป่าฝน พื้นที่คล้ายทะเลทราย ชายฝั่งทะเลและเชิงเขาในแต่ละปีช้างได้คร่าชีวิตมนุษย์มากกว่า 500 คน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นฝีมือของช้างแอฟริกาทั้งนั้น ซึ่งช้างในประเทศไทยและช้างของแอฟริกาจึงมีความแตกต่างกันของความดุร้ายอย่างเห็นได้ชัด ช้างไทยของเรานั้นเป็นสัตว์ที่น่ารักมากๆ อยู่แล้ว

ขอบคุณบทความจาก  wordpress.com

ความรู้เกี่ยวกับจระเข้น้ำเค็ม

ความรู้เกี่ยวกับจระเข้น้ำเค็ม

ในเรื่องของสัตว์มีพิษในวันนี้เรามีความรู้เกี่ยวกับสัตว์ที่ดุร้ายอย่างจระเข้มาแนะนำให้เพื่อนๆ ได้รับความรู้กันด้วย ถ้าหากจะพูดถึงจระเข้ทุกคนก็จะทราบดีว่าจระเข้เป็นสัตว์ที่ดุร้ายอีกหนึ่งสายพันธ์ จระเข้นั้นจะมีทั้งจระเข้น้ำจืดและจระเข้น้ำเค็ม สองชนิดนี้จะมีความแตกต่างกันคือ ลักษณะที่ใช้จำแนกง่ายที่สุดคือ ส่วนของจมูกหรือบางคนเรียกว่าปาก โดยจะพบว่าจระเข้น้ำจืดจะมีปากที่ยาวและมีความหนาของปากมากกว่าจระเข้น้ำเค็ม โดยจระเข้น้ำเค็มส่วนมากมีฐานของปากที่กว้างส่งผลให้ดูว่าสั้นกว่าจระเข้น้ำจืด แต่ในวันนี้ที่เรานำมาแนะนำให้ทราบกันนั้นคือ ความรู้เกี่ยวกับจระเข้น้ำเค็ม ซึ่งเราเชื่อว่าใครหลายคนก็คงจะยังไม่รู้ความเป็นมาของจระเข้น้ำเค็มว่ามีความเป็นมาอย่างไร ในวันนี้เราจึงได้รวบรวมข้อมูลคร่าวๆ มาแนะนำให้ทราบกันค่ะ

สำหรับจระเข้น้ำเค็ม เป็นจระเข้หนึ่งในสามชนิดที่พบในประเทศไทย มีลำตัวที่ยาวมีลักษณะค่อนข้างกลม ท้องแบนราบ จะงอยปากยาวและส่วนปลายค่อนข้างแหลม ไม่มีเกล็ดที่บริเวณท้ายทอย ขามี 2 คู่ ใช้สำหรับเดินและวิ่ง ขาคู่หน้าไม่ค่อยแข็งแรง ขาคู่หลังมีลักษณะแข็งแรงกว่า เราสามารถพบเห็นเจ้าจระเข้น้ำเค็มได้ในบริเวณปากแม่น้ำหรือใกล้คลอง ซึ่งมีคุ้งน้ำกว้างใหญ่ทางแถบภาคใต้ อาหารที่มันชอบกินคือเนื้อสัตว์ สัตว์น้ำและสัตว์บกอื่นๆ ที่ลงไปหากินบริเวณริมน้ำ จระเข้น้ำเค็มจะไม่ทำร้ายเราถ้าหากเราไม่เอาตัวเองเข้าไปยุ่งและไปใกล้พวกมัน

ขอบคุณบทความจาก  sanook.com

สัตว์มีพิษที่ชื่อว่างูสายม่าน

สัตว์มีพิษที่ชื่อว่างูสายม่าน

ในเรื่องของสัตว์มีพิษในวันนี้เรามีความรู้เกี่ยวกับ “งูสายม่าน” มาแนะนำให้เพื่อนๆ ได้ทราบกันด้วย ถ้าหากจะพูดถึงเรื่องงู เราต่างทราบดีว่างูนั้นมีหลายชนิด ซึ่งแต่ละชนิดนั้นก็ล้วนมีพิษที่แตกต่างกันออกไป งูสายม่านเราไม่ทราบว่าเพื่อนๆ จะรู้จักกันหรือว่า เพราะส่วนมากงูส่วนมากที่เราทราบกันก็เช่น งูเหลือม งูเขียว งูจงอาง งูเห่า งูอนาคอนด้าร์ เป็นต้น ซึ่งความจริงแล้วในโลกนี้งูนั้นมีมากมายหลายชนิด แต่ละชนิดนั้นย่อมมีพิษที่แตกต่างกัน และงูบางชนิดก็ไม่มีพิษแถมยังมีสีสันที่สวยงามที่คนรักสัตว์มักนำมาเลี้ยงกันงูมีให้เห็นอยู่มากมาย งูที่เรานำมาแนะนำให้เพื่อนๆ ได้ทราบกนในวันนี้เป็นงูที่มีความน่ารักแต่มีพิษร้ายที่ซ่อนอยู่มาก มาดูกันค่ะว่างูสายม่านนั้นมีพิษที่ร้ายแรงอย่างไรบ้าง

สำหรับงูสายม่านลักษณะของมันคือ จะมีหัวยาวและส่วนของหัวกว้างกว่าลำคอ ตาใหญ่ ลำตัวเรียวยาวแบนข้างเล็กน้อย หางยาวและส่วนปลายของหาวเรียว ผิวหนังลำตัวมีเกล็ดรอบๆ ลำตัวด้านหลังสีน้ำตาลหรือสีน้ำตาลลอมเทา  บนหัวสีจางกว่าลำตัว ด้านข้างของหัวมีแถบสีดำจากด้านท้ายของตาพาดยาวไปที่ด้านข้างลำคอ ขอบปากและใต้คามสีขาวหรือสีครีมด้านบนของลำตัวสีน้ำตาล เป็นงูที่มีขนาดเล็ก นิสัยของมันจะชอบออกหากินเวลากลางวัน อยู่บนต้นไม้ แต่บางครั้งก็ลงมาอยู่บนพื้นดินบ้าง เมื่อถูกรบกวนจะพองส่วนต้นของลำตัว โดยพื้นที่ด้านท้ายของหัวแบนข้างและขยายลำคอใหญ่ ซึ่งจะทำให้มองเห็นแผ่นเกล็ดสีฟ้าที่มีขอบดำชัดเจน

ขอบคุณบทความจาก  oknation.net

ความรู้เกี่ยวกับพิษคางคก

ความรู้เกี่ยวกับพิษคางคก

ในเรื่องของสัตว์มีพิษในวันนี้เรามีความรู้เกี่ยวกับสัตว์มีพิษหนึ่งชนิดมาแนะนำให้ได้ทราบกัน สัตว์ที่เรานำมาให้ความรู้ในวันนี้เราเชื่อว่าหลายคนคงจะต้องรู้จักกันเป็นอย่างดีอย่างแน่นอน สัตว์ชนิดนี้มีชื่อว่า “คางคก” ถ้าหากจะพูดถึงคางคกเป็นสัตว์ที่มีลักษณะคล้ายๆ กับกบ แต่ว่าคางคกจะเป็นสัตว์ที่มีพิษแต่ไม่ร้ายแรง ส่วนมากในปัจจุบันนี้คนนิยมนำมาขอหวยกันซะมากกว่า เพราะคิดว่าเจ้าคางคกนี้สามารถให้หัวได้เป็นอย่างดี คนที่นำมาก็นะให้คางคกหงายท้องแล้วก็ทาแป้งจะมีตัวเลขโผ่ขึ้นมาแต่เรื่องนี้บอกไว้ก่อนนะว่าเป็นความเชื่อส่วนบุคคลเท่านั้น ทางที่ดีเราว่าหากินด้วยน้ำพักน้ำแรงตัวเองดีกว่า เอาๆ มาเข้าเรื่องต่อนอกเรื่องไปเยอะละ

สำหรับคางคกนั้นเป็นสัตว์ที่เราสามารถพบเห็นได้เกือบทุกที่แต่ส่วนมากมันมักจะไปหลบซ่อนตัวอยู่ตามมุมบ้าน ตามซอกหิน เป็นต้น คางคกจัดว่าเป็นสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำรูปร่างคล้ายกบ ผิวหนังขรุขระเป็นตุ่มตะปุ่มตะป่ำจำนวนมาก คางคกที่พบในประเทศไทยส่วนมากเป็นคางคกบ้าน มีลำตัวสีน้ำตาล เราจะสังเกตเห็นอย่างหนึ่งในตัวคางคกคือ ไหล่จะเห็นสันนูนใหญ่ทั้งสองข้างเรียกว่าต่อมพาโรติดเวลาคางคกถูก รบกวนหรือคุกคามมันจะหลั่งสารพิษเป็นเมือกออกมาจากต่อมนี้ เมื่อถูกผิวหนังเข้าจะระคายเคือง ปวดแสบปวดร้อน และถ้ากินเข้าไปแม้เพียงตัวเดียวพิษของมันอาจทำให้เสียชีวิตได้เลยทีเดียว แต่ที่ประเทศจีนมักจะนิยมเอาหนังคางคกมาทำเป็นยารักษาโรค เป็นต้น

ขอบคุณบทความจาก  ifm.go.th